Banner

เปิดตัว Reform Collection สีใหม่ของไม้เคลือบเมลามีน

เปิดตัว Reform Collection สีใหม่ของไม้เคลือบเมลามีน เติมความแตกต่างให้งานบิวท์อินยุคใหม่
 

การเลือกวัสดุสำหรับงานบิวท์อินในปัจจุบัน ไม่ได้พิจารณาเพียงเรื่องความแข็งแรงหรือรูปแบบการใช้งานเท่านั้น แต่สี ลวดลาย และพื้นผิวของวัสดุยังมีบทบาทสำคัญในการกำหนดบรรยากาศของพื้นที่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโด ออฟฟิศ ร้านค้า หรือโชว์รูม

 

Melamine Art จึงเปิดตัว Reform Collection คอลเลกชันใหม่ของไม้เคลือบเมลามีนที่นำแรงบันดาลใจจากธรรมชาติมาตีความให้เหมาะกับงานออกแบบยุคใหม่ ผ่าน 3 กลุ่มลวดลาย ได้แก่ WOOD, MARBLE และ FABRIC
 

แต่ละลวดลายได้รับการออกแบบให้สามารถนำไปใช้ได้ทั้งแบบแยกส่วนและผสมผสานภายในพื้นที่เดียวกัน ช่วยให้นักออกแบบ ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ และเจ้าของพื้นที่สามารถสร้างงานบิวท์อินที่มีรายละเอียด มีเอกลักษณ์ และสอดคล้องกับบรรยากาศที่ต้องการได้มากขึ้น

 

ภาพห้องนั่งเล่น ลวดลาย 633 Urban Marble, 524-2 Sage Linen และ 523 Natural Maple ถูกนำมาใช้ร่วมกันบนผนัง ตู้เก็บของ และชุดเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน ลายไม้ช่วยสร้างความอบอุ่น ลายหินเพิ่มความเรียบหรู ส่วนลายผ้าช่วยทำให้พื้นที่ดูนุ่มนวลและมีรายละเอียดมากขึ้น

 

Reform Collection เมื่อพื้นผิวจากธรรมชาติถูกนำมาตีความใหม่

 

แนวคิดของ Reform Collection เริ่มต้นจากการสังเกตพื้นผิวที่พบได้ในธรรมชาติ ทั้งเส้นสายของเนื้อไม้ ความงามของหิน และความละเอียดของเส้นใยผ้า ก่อนนำองค์ประกอบเหล่านั้นมาปรับให้เหมาะกับการใช้ชีวิตและงานตกแต่งภายในในปัจจุบัน ภาพรวมของคอลเลกชันจึงให้ความรู้สึกเรียบง่าย ทันสมัย และเป็นธรรมชาติ โดยสามารถเลือกใช้ลวดลายแต่ละประเภทเพื่อสร้างอารมณ์ที่แตกต่างกันได้

 

องค์ประกอบเหล่านี้ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นลวดลายของ ไม้เคลือบเมลามีน ที่ช่วยสร้างอารมณ์ให้พื้นที่ โดยยังคงความสะดวกต่อการนำไปใช้งานกับเฟอร์นิเจอร์และงานบิวท์อินหลากหลายประเภท

 

ไม่ว่าจะต้องการออกแบบพื้นที่ให้อบอุ่น เรียบหรู หรือดูละมุนเป็นธรรมชาติ ทั้ง 3 ลวดลายใน Reform Collection สามารถเลือกใช้แยกกัน หรือจับคู่ร่วมกันเพื่อเพิ่มมิติให้กับงานออกแบบได้


WOOD Reform Collection

Crafted from Nature, Designed for Living

 

WOOD Reform Collection ถ่ายทอดความงามของไม้ธรรมชาติผ่านเส้นลายและโทนสีที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น สบายตา และเข้าถึงง่าย เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องการสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย พร้อมเชื่อมโยงงานตกแต่งภายในเข้ากับธรรมชาติ

 

ลายไม้เป็นหนึ่งในลวดลายที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานบิวท์อินได้หลากหลาย ตั้งแต่สไตล์ Minimal, Scandinavian และ Modern Natural ไปจนถึง Modern Luxury ขึ้นอยู่กับโทนสีและวัสดุที่เลือกนำมาจับคู่

 

สำหรับพื้นที่ที่ต้องการความโปร่งและสบายตา สามารถจับคู่ลายไม้กับสีขาว สีครีม หรือสีพื้นโทนอ่อน ส่วนพื้นที่ที่ต้องการความเรียบหรูมากขึ้น สามารถใช้ร่วมกับลายหิน กระจก หรือวัสดุโลหะได้

 

WOOD Reform Collection เหมาะสำหรับงานบิวท์อิน เช่น

  • ตู้เสื้อผ้าและตู้เก็บของ
  • ชุดครัวและหน้าบานตู้
  • ชั้นวางโทรทัศน์
  • โต๊ะทำงานและตู้สำนักงาน
  • ผนังตกแต่ง
  • เฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน ร้านค้า และโชว์รูม

ภาพตัวอย่างพื้นที่ห้องนั่งเล่นและห้องครัวแสดงการใช้ 520-1 Golden Beech เป็นพื้นผิวหลักของชุดครัว ตู้เก็บของ ผนัง และเฟอร์นิเจอร์ภายในห้อง ช่วยสร้างความต่อเนื่องและทำให้พื้นที่ดูอบอุ่นขึ้น

 

บริเวณผนังโทรทัศน์และเคาน์เตอร์ครัวมีการใช้ 631 Moonlight Marble เข้ามาช่วยแบ่งสัดส่วน ลดความรู้สึกหนักของลายไม้ และเพิ่มจุดเด่นให้กับพื้นที่

 

การใช้ลายไม้กับเฟอร์นิเจอร์หลายชิ้นภายในห้องเดียวกันจึงไม่จำเป็นต้องทำให้พื้นที่ดูทึบ หากเลือกโทนสีที่เหมาะสมและเว้นพื้นที่ด้วยลายหินหรือสีพื้นอ่อน ก็สามารถทำให้ห้องดูโปร่ง ทันสมัย และกลมกลืนได้


MARBLE Reform Collection

Nature in Marble, Calm Refined Spaces

 

MARBLE Reform Collection ได้รับแรงบันดาลใจจากลวดลายของหินอ่อนและหินธรรมชาติ ถ่ายทอดออกมาเป็นพื้นผิวที่ให้ความรู้สึกเรียบหรู สงบ และร่วมสมัย

 

ลายหินสามารถนำมาใช้เป็นองค์ประกอบหลักเพื่อสร้างจุดเด่นให้กับพื้นที่ หรือเลือกใช้เฉพาะบางส่วนเพื่อแบ่งสัดส่วนของงานบิวท์อิน เช่น ผนังตกแต่ง หน้าบานตู้ เคาน์เตอร์ โต๊ะ หรือบริเวณที่ต้องการเพิ่มมิติให้กับห้อง

 

MARBLE Reform Collection เหมาะสำหรับงานประเภทต่าง ๆ เช่น

  • ผนังหลังโทรทัศน์
  • ผนังหัวเตียง
  • เคาน์เตอร์ครัวและไอส์แลนด์
  • เคาน์เตอร์ต้อนรับ
  • ตู้โชว์สินค้า
  • โต๊ะรับแขกและโต๊ะประชุม
  • งานบิวท์อินในโรงแรม ร้านอาหาร และโชว์รูม 

ภาพตัวอย่างห้องนอนใช้ 632 Moonstone Grey บนผนังหัวเตียง ทำให้ผนังส่วนกลางกลายเป็นจุดเด่นของห้อง โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มลวดลายหรือของตกแต่งจำนวนมาก

 

ลายหินสีเทาถูกจับคู่กับ 519 Royal Walnut บริเวณหัวเตียง โต๊ะข้างเตียง โต๊ะเครื่องแป้ง ตู้เก็บของ และชั้นตกแต่งผนัง ไม้สีเข้มช่วยเพิ่มความอบอุ่นและทำให้บรรยากาศของห้องดูมีน้ำหนักมากขึ้น ขณะที่ลายหินช่วยรักษาความสว่างและความสงบของพื้นที่ 

 

การนำลายหินมาใช้ในห้องนอนจึงไม่จำเป็นต้องให้ความรู้สึกแข็งหรือเย็นเสมอไป หากจับคู่กับลายไม้ แสงไฟโทนอุ่น และเฟอร์นิเจอร์รูปทรงเรียบง่าย ก็สามารถสร้างห้องนอนที่ดูผ่อนคลายและเรียบหรูได้พร้อมกัน


FABRIC Reform Collection

Inspired by Soft Movement, Natural Texture

 

FABRIC Reform Collection ถ่ายทอดรายละเอียดของผืนผ้าและเส้นใยธรรมชาติผ่านพื้นผิวที่ดูละเอียด นุ่มนวล และสบายตา ช่วยลดความแข็งของเส้นสายเฟอร์นิเจอร์ พร้อมเพิ่มมิติให้กับงานบิวท์อินโดยไม่ทำให้พื้นที่ดูลวดลายมากจนเกินไป

 

จุดเด่นของลายผ้าคือความเรียบที่มีรายละเอียด เมื่อมองจากระยะไกลจะให้ความรู้สึกสะอาดตา แต่เมื่อมองใกล้จะเห็นพื้นผิวที่ช่วยให้งานเฟอร์นิเจอร์ดูน่าสนใจมากขึ้น

 

FABRIC Reform Collection เหมาะสำหรับนำไปใช้กับ

  • หน้าบานตู้เสื้อผ้า
  • ผนังหัวเตียง
  • ตู้หัวเตียงและโต๊ะข้างเตียง
  • ห้องแต่งตัว
  • ตู้เก็บของในห้องนั่งเล่น
  • โต๊ะทำงานและชั้นวางของ
  • พื้นที่รับรองและพื้นที่พักผ่อน

ภาพตัวอย่างห้องนอนใช้ 524-1 Soft Dove บริเวณผนังหัวเตียงและหน้าบานตู้ ช่วยสร้างบรรยากาศที่นุ่มนวลและลดความแข็งของงานบิวท์อินขนาดใหญ่

 

ส่วน 522 Frosted Linen ถูกนำมาใช้กับตู้เก็บของ ชั้นวาง และโต๊ะทำงาน ทำให้พื้นผิวภายในห้องมีความต่อเนื่อง แต่ยังคงเห็นความแตกต่างของรายละเอียดระหว่างแต่ละส่วน

 

การเลือกใช้ลายผ้าสองโทนสีที่ใกล้เคียงกัน ช่วยให้ห้องนอนดูสว่าง สงบ และสบายตา เหมาะกับการใช้งานในระยะยาว อีกทั้งยังสามารถจับคู่กับกระจก แสงไฟโทนอุ่น หรือเฟอร์นิเจอร์สีพื้นได้ง่าย

 

ผสมผสานทั้ง 3 ลวดลาย เพื่อสร้างงานบิวท์อินที่แตกต่าง

หนึ่งในจุดเด่นของ Reform Collection คือทั้ง WOOD, MARBLE และ FABRIC สามารถนำมาใช้งานร่วมกันได้ เพื่อช่วยแบ่งสัดส่วนและเพิ่มมิติให้กับพื้นที่ โดยไม่จำเป็นต้องเลือกใช้ลวดลายเพียงรูปแบบเดียว

ตัวอย่างการจับคู่ที่น่าสนใจ เช่น

 

WOOD + MARBLE

การจับคู่ลายไม้และลายหินเหมาะกับห้องครัว ห้องนั่งเล่น และพื้นที่รับประทานอาหารที่ต้องการความอบอุ่นควบคู่กับความเรียบหรู

WOOD + FABRIC

การจับคู่ลายไม้และลายผ้าเหมาะสำหรับห้องนอน ห้องแต่งตัว และพื้นที่พักผ่อนที่ต้องการบรรยากาศอบอุ่น นุ่มนวล และเป็นธรรมชาติ

MARBLE + WOOD

การใช้ทั้ง 2 ลวดลายภายในพื้นที่เดียวกันเหมาะสำหรับงานบิวท์อินที่ต้องการแบ่งองค์ประกอบให้ชัดเจน พร้อมสร้างรายละเอียดให้พื้นที่โดยไม่ต้องใช้สีจำนวนมาก



ทำไมไม้เคลือบเมลามีนจึงเหมาะกับงานบิวท์อิน

นอกจากความหลากหลายของสี ลวดลาย และพื้นผิวแล้ว ไม้เคลือบเมลามีนยังเป็นวัสดุที่นิยมใช้ในงานเฟอร์นิเจอร์และงานบิวท์อิน เพราะสามารถตอบโจทย์ทั้งด้านการออกแบบและการใช้งานจริง

 

จุดเด่นของไม้เคลือบเมลามีน ได้แก่

  • มีสี ลวดลาย และพื้นผิวให้เลือกหลากหลาย
  • สามารถควบคุมภาพรวมของงานตกแต่งให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
  • เหมาะกับการผลิตเฟอร์นิเจอร์หลายรูปแบบ
  • สามารถใช้กับงานบิวท์อินทั้งพื้นที่ขนาดเล็กและขนาดใหญ่
  • พื้นผิวดูแลรักษาและทำความสะอาดได้ง่าย
  • ช่วยถ่ายทอดบรรยากาศของวัสดุธรรมชาติในรูปแบบที่นำไปใช้งานได้สะดวก
  • สามารถเลือกใช้ร่วมกับแผ่นไม้แกนกลางหลายประเภทตามความเหมาะสมของพื้นที่

 

อย่างไรก็ตาม การเลือกแผ่นไม้แกนกลาง เช่น PB, MDF หรือ HMR ควรพิจารณาจากประเภทของเฟอร์นิเจอร์ พื้นที่ติดตั้ง รูปแบบการใช้งาน และระดับความชื้น เพื่อให้งานบิวท์อินเหมาะสมกับการใช้งานและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน


เลือกลวดลายให้เหมาะกับพื้นที่และสไตล์การตกแต่ง

ก่อนเลือกไม้เคลือบเมลามีน ควรพิจารณาภาพรวมของพื้นที่ ทั้งขนาดห้อง ปริมาณแสงธรรมชาติ สีของพื้นและผนัง รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่น เพื่อให้ลวดลายที่เลือกช่วยส่งเสริมบรรยากาศของห้อง

 

พื้นที่ขนาดเล็กหรือมีแสงน้อย

ควรเลือกใช้โทนสีอ่อน เช่น ไม้สีธรรมชาติ ลายผ้าสีครีม หรือลายหินโทนสว่าง เพื่อช่วยให้พื้นที่ดูโปร่งและสบายตามากขึ้น

ควรหลีกเลี่ยงการใช้ลวดลายสีเข้มกับพื้นผิวขนาดใหญ่หลายส่วนพร้อมกัน เพราะอาจทำให้ห้องดูทึบหรือมีน้ำหนักมากเกินไป

 

พื้นที่ขนาดใหญ่

สามารถเลือกใช้ลายไม้สีเข้มหรือลายหินที่มีรายละเอียดชัดขึ้น เพื่อช่วยแบ่งสัดส่วนและสร้างจุดเด่นให้กับงานบิวท์อิน

การใช้สีเข้มกับตู้สูงหรือผนังบางส่วน ยังช่วยกำหนดขอบเขตของพื้นที่ได้โดยไม่จำเป็นต้องสร้างผนังกั้นเพิ่มเติม

 

พื้นที่ที่ต้องการความอบอุ่น

เหมาะกับลายไม้เป็นพื้นผิวหลัก และเสริมด้วยลายผ้าหรือสีพื้นโทนอ่อน เพื่อทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลายและเป็นธรรมชาติ


 

พื้นที่ที่ต้องการความเรียบหรู

สามารถใช้ลายหินเป็นจุดเด่น แล้วจับคู่กับลายไม้หรือวัสดุโลหะ เพื่อเพิ่มรายละเอียดโดยไม่ทำให้พื้นที่ดูแข็งจนเกินไป


 

พื้นที่ที่ต้องการใช้งานในระยะยาว

ควรเลือกโทนสีที่สามารถจับคู่กับเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งได้หลายรูปแบบ เช่น สีไม้ธรรมชาติ สีครีม สีเทา หรือสีเบจ เพื่อให้ง่ายต่อการปรับเปลี่ยนบรรยากาศในอนาคต


Reform Collection เติมแรงบันดาลใจใหม่ให้ทุกพื้นที่

การสร้างงานบิวท์อินที่แตกต่างไม่ได้ขึ้นอยู่กับรูปทรงของเฟอร์นิเจอร์เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการเลือกสี ลวดลาย และพื้นผิวที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ของพื้นที่ได้อย่างชัดเจน

 

Reform Collection จึงนำพื้นผิวจากธรรมชาติมาตีความใหม่ผ่านไม้เคลือบเมลามีน 3 รูปแบบ ได้แก่

WOOD สำหรับสร้างความอบอุ่นและเชื่อมโยงพื้นที่เข้ากับธรรมชาติ

MARBLE สำหรับเพิ่มจุดเด่น ความเรียบหรู และความร่วมสมัย

FABRIC สำหรับสร้างความนุ่มนวล ลดความแข็งของงานเฟอร์นิเจอร์ และเพิ่มรายละเอียดให้กับพื้นผิว

 

ทั้ง 3 ลวดลายสามารถเลือกใช้แยกกัน หรือผสมผสานภายในพื้นที่เดียวกัน เพื่อสร้างงานบิวท์อินที่มีมิติและสะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละโครงการ

ไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโด ออฟฟิศ ร้านค้า โรงแรม หรือโชว์รูม Reform Collection พร้อมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการออกแบบเฟอร์นิเจอร์และงานบิวท์อินให้สวยงาม ทันสมัย และแตกต่างในแบบที่เข้ากับทุกพื้นที่