
ข่าวสารและกิจกรรม
เปิดตัว Reform Collection สีใหม่ของไม้เคลือบเมลามีน
เปิดตัว Reform Collection สีใหม่ของไม้เคลือบเมลามีน เติมความแตกต่างให้งานบิวท์อินยุคใหม่
การเลือกวัสดุสำหรับงานบิวท์อินในปัจจุบัน ไม่ได้พิจารณาเพียงเรื่องความแข็งแรงหรือรูปแบบการใช้งานเท่านั้น แต่สี ลวดลาย และพื้นผิวของวัสดุยังมีบทบาทสำคัญในการกำหนดบรรยากาศของพื้นที่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโด ออฟฟิศ ร้านค้า หรือโชว์รูม
Melamine Art จึงเปิดตัว Reform Collection คอลเลกชันใหม่ของไม้เคลือบเมลามีนที่นำแรงบันดาลใจจากธรรมชาติมาตีความให้เหมาะกับงานออกแบบยุคใหม่ ผ่าน 3 กลุ่มลวดลาย ได้แก่ WOOD, MARBLE และ FABRIC
แต่ละลวดลายได้รับการออกแบบให้สามารถนำไปใช้ได้ทั้งแบบแยกส่วนและผสมผสานภายในพื้นที่เดียวกัน ช่วยให้นักออกแบบ ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ และเจ้าของพื้นที่สามารถสร้างงานบิวท์อินที่มีรายละเอียด มีเอกลักษณ์ และสอดคล้องกับบรรยากาศที่ต้องการได้มากขึ้น
ภาพห้องนั่งเล่น ลวดลาย 633 Urban Marble, 524-2 Sage Linen และ 523 Natural Maple ถูกนำมาใช้ร่วมกันบนผนัง ตู้เก็บของ และชุดเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน ลายไม้ช่วยสร้างความอบอุ่น ลายหินเพิ่มความเรียบหรู ส่วนลายผ้าช่วยทำให้พื้นที่ดูนุ่มนวลและมีรายละเอียดมากขึ้น

Reform Collection เมื่อพื้นผิวจากธรรมชาติถูกนำมาตีความใหม่
แนวคิดของ Reform Collection เริ่มต้นจากการสังเกตพื้นผิวที่พบได้ในธรรมชาติ ทั้งเส้นสายของเนื้อไม้ ความงามของหิน และความละเอียดของเส้นใยผ้า ก่อนนำองค์ประกอบเหล่านั้นมาปรับให้เหมาะกับการใช้ชีวิตและงานตกแต่งภายในในปัจจุบัน ภาพรวมของคอลเลกชันจึงให้ความรู้สึกเรียบง่าย ทันสมัย และเป็นธรรมชาติ โดยสามารถเลือกใช้ลวดลายแต่ละประเภทเพื่อสร้างอารมณ์ที่แตกต่างกันได้

องค์ประกอบเหล่านี้ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นลวดลายของ ไม้เคลือบเมลามีน ที่ช่วยสร้างอารมณ์ให้พื้นที่ โดยยังคงความสะดวกต่อการนำไปใช้งานกับเฟอร์นิเจอร์และงานบิวท์อินหลากหลายประเภท
ไม่ว่าจะต้องการออกแบบพื้นที่ให้อบอุ่น เรียบหรู หรือดูละมุนเป็นธรรมชาติ ทั้ง 3 ลวดลายใน Reform Collection สามารถเลือกใช้แยกกัน หรือจับคู่ร่วมกันเพื่อเพิ่มมิติให้กับงานออกแบบได้
WOOD Reform Collection
Crafted from Nature, Designed for Living
WOOD Reform Collection ถ่ายทอดความงามของไม้ธรรมชาติผ่านเส้นลายและโทนสีที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น สบายตา และเข้าถึงง่าย เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องการสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย พร้อมเชื่อมโยงงานตกแต่งภายในเข้ากับธรรมชาติ
ลายไม้เป็นหนึ่งในลวดลายที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานบิวท์อินได้หลากหลาย ตั้งแต่สไตล์ Minimal, Scandinavian และ Modern Natural ไปจนถึง Modern Luxury ขึ้นอยู่กับโทนสีและวัสดุที่เลือกนำมาจับคู่
สำหรับพื้นที่ที่ต้องการความโปร่งและสบายตา สามารถจับคู่ลายไม้กับสีขาว สีครีม หรือสีพื้นโทนอ่อน ส่วนพื้นที่ที่ต้องการความเรียบหรูมากขึ้น สามารถใช้ร่วมกับลายหิน กระจก หรือวัสดุโลหะได้
WOOD Reform Collection เหมาะสำหรับงานบิวท์อิน เช่น
- ตู้เสื้อผ้าและตู้เก็บของ
- ชุดครัวและหน้าบานตู้
- ชั้นวางโทรทัศน์
- โต๊ะทำงานและตู้สำนักงาน
- ผนังตกแต่ง
- เฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน ร้านค้า และโชว์รูม

ภาพตัวอย่างพื้นที่ห้องนั่งเล่นและห้องครัวแสดงการใช้ 520-1 Golden Beech เป็นพื้นผิวหลักของชุดครัว ตู้เก็บของ ผนัง และเฟอร์นิเจอร์ภายในห้อง ช่วยสร้างความต่อเนื่องและทำให้พื้นที่ดูอบอุ่นขึ้น
บริเวณผนังโทรทัศน์และเคาน์เตอร์ครัวมีการใช้ 631 Moonlight Marble เข้ามาช่วยแบ่งสัดส่วน ลดความรู้สึกหนักของลายไม้ และเพิ่มจุดเด่นให้กับพื้นที่
การใช้ลายไม้กับเฟอร์นิเจอร์หลายชิ้นภายในห้องเดียวกันจึงไม่จำเป็นต้องทำให้พื้นที่ดูทึบ หากเลือกโทนสีที่เหมาะสมและเว้นพื้นที่ด้วยลายหินหรือสีพื้นอ่อน ก็สามารถทำให้ห้องดูโปร่ง ทันสมัย และกลมกลืนได้
MARBLE Reform Collection
Nature in Marble, Calm Refined Spaces
MARBLE Reform Collection ได้รับแรงบันดาลใจจากลวดลายของหินอ่อนและหินธรรมชาติ ถ่ายทอดออกมาเป็นพื้นผิวที่ให้ความรู้สึกเรียบหรู สงบ และร่วมสมัย
ลายหินสามารถนำมาใช้เป็นองค์ประกอบหลักเพื่อสร้างจุดเด่นให้กับพื้นที่ หรือเลือกใช้เฉพาะบางส่วนเพื่อแบ่งสัดส่วนของงานบิวท์อิน เช่น ผนังตกแต่ง หน้าบานตู้ เคาน์เตอร์ โต๊ะ หรือบริเวณที่ต้องการเพิ่มมิติให้กับห้อง
MARBLE Reform Collection เหมาะสำหรับงานประเภทต่าง ๆ เช่น
- ผนังหลังโทรทัศน์
- ผนังหัวเตียง
- เคาน์เตอร์ครัวและไอส์แลนด์
- เคาน์เตอร์ต้อนรับ
- ตู้โชว์สินค้า
- โต๊ะรับแขกและโต๊ะประชุม
- งานบิวท์อินในโรงแรม ร้านอาหาร และโชว์รูม

ภาพตัวอย่างห้องนอนใช้ 632 Moonstone Grey บนผนังหัวเตียง ทำให้ผนังส่วนกลางกลายเป็นจุดเด่นของห้อง โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มลวดลายหรือของตกแต่งจำนวนมาก
ลายหินสีเทาถูกจับคู่กับ 519 Royal Walnut บริเวณหัวเตียง โต๊ะข้างเตียง โต๊ะเครื่องแป้ง ตู้เก็บของ และชั้นตกแต่งผนัง ไม้สีเข้มช่วยเพิ่มความอบอุ่นและทำให้บรรยากาศของห้องดูมีน้ำหนักมากขึ้น ขณะที่ลายหินช่วยรักษาความสว่างและความสงบของพื้นที่
การนำลายหินมาใช้ในห้องนอนจึงไม่จำเป็นต้องให้ความรู้สึกแข็งหรือเย็นเสมอไป หากจับคู่กับลายไม้ แสงไฟโทนอุ่น และเฟอร์นิเจอร์รูปทรงเรียบง่าย ก็สามารถสร้างห้องนอนที่ดูผ่อนคลายและเรียบหรูได้พร้อมกัน
FABRIC Reform Collection
Inspired by Soft Movement, Natural Texture
FABRIC Reform Collection ถ่ายทอดรายละเอียดของผืนผ้าและเส้นใยธรรมชาติผ่านพื้นผิวที่ดูละเอียด นุ่มนวล และสบายตา ช่วยลดความแข็งของเส้นสายเฟอร์นิเจอร์ พร้อมเพิ่มมิติให้กับงานบิวท์อินโดยไม่ทำให้พื้นที่ดูลวดลายมากจนเกินไป
จุดเด่นของลายผ้าคือความเรียบที่มีรายละเอียด เมื่อมองจากระยะไกลจะให้ความรู้สึกสะอาดตา แต่เมื่อมองใกล้จะเห็นพื้นผิวที่ช่วยให้งานเฟอร์นิเจอร์ดูน่าสนใจมากขึ้น
FABRIC Reform Collection เหมาะสำหรับนำไปใช้กับ
- หน้าบานตู้เสื้อผ้า
- ผนังหัวเตียง
- ตู้หัวเตียงและโต๊ะข้างเตียง
- ห้องแต่งตัว
- ตู้เก็บของในห้องนั่งเล่น
- โต๊ะทำงานและชั้นวางของ
- พื้นที่รับรองและพื้นที่พักผ่อน

ภาพตัวอย่างห้องนอนใช้ 524-1 Soft Dove บริเวณผนังหัวเตียงและหน้าบานตู้ ช่วยสร้างบรรยากาศที่นุ่มนวลและลดความแข็งของงานบิวท์อินขนาดใหญ่
ส่วน 522 Frosted Linen ถูกนำมาใช้กับตู้เก็บของ ชั้นวาง และโต๊ะทำงาน ทำให้พื้นผิวภายในห้องมีความต่อเนื่อง แต่ยังคงเห็นความแตกต่างของรายละเอียดระหว่างแต่ละส่วน
การเลือกใช้ลายผ้าสองโทนสีที่ใกล้เคียงกัน ช่วยให้ห้องนอนดูสว่าง สงบ และสบายตา เหมาะกับการใช้งานในระยะยาว อีกทั้งยังสามารถจับคู่กับกระจก แสงไฟโทนอุ่น หรือเฟอร์นิเจอร์สีพื้นได้ง่าย
ผสมผสานทั้ง 3 ลวดลาย เพื่อสร้างงานบิวท์อินที่แตกต่าง
หนึ่งในจุดเด่นของ Reform Collection คือทั้ง WOOD, MARBLE และ FABRIC สามารถนำมาใช้งานร่วมกันได้ เพื่อช่วยแบ่งสัดส่วนและเพิ่มมิติให้กับพื้นที่ โดยไม่จำเป็นต้องเลือกใช้ลวดลายเพียงรูปแบบเดียว
ตัวอย่างการจับคู่ที่น่าสนใจ เช่น
WOOD + MARBLE
การจับคู่ลายไม้และลายหินเหมาะกับห้องครัว ห้องนั่งเล่น และพื้นที่รับประทานอาหารที่ต้องการความอบอุ่นควบคู่กับความเรียบหรู

WOOD + FABRIC
การจับคู่ลายไม้และลายผ้าเหมาะสำหรับห้องนอน ห้องแต่งตัว และพื้นที่พักผ่อนที่ต้องการบรรยากาศอบอุ่น นุ่มนวล และเป็นธรรมชาติ

MARBLE + WOOD
การใช้ทั้ง 2 ลวดลายภายในพื้นที่เดียวกันเหมาะสำหรับงานบิวท์อินที่ต้องการแบ่งองค์ประกอบให้ชัดเจน พร้อมสร้างรายละเอียดให้พื้นที่โดยไม่ต้องใช้สีจำนวนมาก

ทำไมไม้เคลือบเมลามีนจึงเหมาะกับงานบิวท์อิน
นอกจากความหลากหลายของสี ลวดลาย และพื้นผิวแล้ว ไม้เคลือบเมลามีนยังเป็นวัสดุที่นิยมใช้ในงานเฟอร์นิเจอร์และงานบิวท์อิน เพราะสามารถตอบโจทย์ทั้งด้านการออกแบบและการใช้งานจริง
จุดเด่นของไม้เคลือบเมลามีน ได้แก่
- มีสี ลวดลาย และพื้นผิวให้เลือกหลากหลาย
- สามารถควบคุมภาพรวมของงานตกแต่งให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
- เหมาะกับการผลิตเฟอร์นิเจอร์หลายรูปแบบ
- สามารถใช้กับงานบิวท์อินทั้งพื้นที่ขนาดเล็กและขนาดใหญ่
- พื้นผิวดูแลรักษาและทำความสะอาดได้ง่าย
- ช่วยถ่ายทอดบรรยากาศของวัสดุธรรมชาติในรูปแบบที่นำไปใช้งานได้สะดวก
- สามารถเลือกใช้ร่วมกับแผ่นไม้แกนกลางหลายประเภทตามความเหมาะสมของพื้นที่
อย่างไรก็ตาม การเลือกแผ่นไม้แกนกลาง เช่น PB, MDF หรือ HMR ควรพิจารณาจากประเภทของเฟอร์นิเจอร์ พื้นที่ติดตั้ง รูปแบบการใช้งาน และระดับความชื้น เพื่อให้งานบิวท์อินเหมาะสมกับการใช้งานและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน
เลือกลวดลายให้เหมาะกับพื้นที่และสไตล์การตกแต่ง
ก่อนเลือกไม้เคลือบเมลามีน ควรพิจารณาภาพรวมของพื้นที่ ทั้งขนาดห้อง ปริมาณแสงธรรมชาติ สีของพื้นและผนัง รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่น เพื่อให้ลวดลายที่เลือกช่วยส่งเสริมบรรยากาศของห้อง
พื้นที่ขนาดเล็กหรือมีแสงน้อย
ควรเลือกใช้โทนสีอ่อน เช่น ไม้สีธรรมชาติ ลายผ้าสีครีม หรือลายหินโทนสว่าง เพื่อช่วยให้พื้นที่ดูโปร่งและสบายตามากขึ้น
ควรหลีกเลี่ยงการใช้ลวดลายสีเข้มกับพื้นผิวขนาดใหญ่หลายส่วนพร้อมกัน เพราะอาจทำให้ห้องดูทึบหรือมีน้ำหนักมากเกินไป
พื้นที่ขนาดใหญ่
สามารถเลือกใช้ลายไม้สีเข้มหรือลายหินที่มีรายละเอียดชัดขึ้น เพื่อช่วยแบ่งสัดส่วนและสร้างจุดเด่นให้กับงานบิวท์อิน
การใช้สีเข้มกับตู้สูงหรือผนังบางส่วน ยังช่วยกำหนดขอบเขตของพื้นที่ได้โดยไม่จำเป็นต้องสร้างผนังกั้นเพิ่มเติม
พื้นที่ที่ต้องการความอบอุ่น
เหมาะกับลายไม้เป็นพื้นผิวหลัก และเสริมด้วยลายผ้าหรือสีพื้นโทนอ่อน เพื่อทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลายและเป็นธรรมชาติ
พื้นที่ที่ต้องการความเรียบหรู
สามารถใช้ลายหินเป็นจุดเด่น แล้วจับคู่กับลายไม้หรือวัสดุโลหะ เพื่อเพิ่มรายละเอียดโดยไม่ทำให้พื้นที่ดูแข็งจนเกินไป
พื้นที่ที่ต้องการใช้งานในระยะยาว
ควรเลือกโทนสีที่สามารถจับคู่กับเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งได้หลายรูปแบบ เช่น สีไม้ธรรมชาติ สีครีม สีเทา หรือสีเบจ เพื่อให้ง่ายต่อการปรับเปลี่ยนบรรยากาศในอนาคต
Reform Collection เติมแรงบันดาลใจใหม่ให้ทุกพื้นที่
การสร้างงานบิวท์อินที่แตกต่างไม่ได้ขึ้นอยู่กับรูปทรงของเฟอร์นิเจอร์เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการเลือกสี ลวดลาย และพื้นผิวที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ของพื้นที่ได้อย่างชัดเจน
Reform Collection จึงนำพื้นผิวจากธรรมชาติมาตีความใหม่ผ่านไม้เคลือบเมลามีน 3 รูปแบบ ได้แก่
WOOD สำหรับสร้างความอบอุ่นและเชื่อมโยงพื้นที่เข้ากับธรรมชาติ
MARBLE สำหรับเพิ่มจุดเด่น ความเรียบหรู และความร่วมสมัย
FABRIC สำหรับสร้างความนุ่มนวล ลดความแข็งของงานเฟอร์นิเจอร์ และเพิ่มรายละเอียดให้กับพื้นผิว
ทั้ง 3 ลวดลายสามารถเลือกใช้แยกกัน หรือผสมผสานภายในพื้นที่เดียวกัน เพื่อสร้างงานบิวท์อินที่มีมิติและสะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละโครงการ
ไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโด ออฟฟิศ ร้านค้า โรงแรม หรือโชว์รูม Reform Collection พร้อมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการออกแบบเฟอร์นิเจอร์และงานบิวท์อินให้สวยงาม ทันสมัย และแตกต่างในแบบที่เข้ากับทุกพื้นที่
เปลี่ยนบ้านธรรมดาให้มีสไตล์ ด้วยสีและลายเมลามีนคอลเลกชันใหม่
เปลี่ยนบ้านธรรมดาให้มีสไตล์ ด้วยแรงบันดาลใจจากสีและลายเมลามีนคอลเลกชันใหม่
บ้านที่มีสไตล์ไม่จำเป็นต้องตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงหรือเลือกใช้วัสดุที่ซับซ้อนเสมอไป เพียงเลือกสี ลวดลาย และพื้นผิวของเฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะกับพื้นที่ ก็สามารถเปลี่ยนบรรยากาศของบ้านธรรมดาให้ดูโดดเด่นและมีเอกลักษณ์มากขึ้นได้
หนึ่งในวัสดุที่ได้รับความนิยมสำหรับงานตกแต่งภายในและงานบิวท์อินคือแผ่นไม้เคลือบเมลามีน เนื่องจากมีสีและลวดลายให้เลือกหลากหลาย สามารถนำไปใช้กับเฟอร์นิเจอร์ได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นตู้เสื้อผ้า ชั้นวางโทรทัศน์ โต๊ะทำงาน ตู้ครัว รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ภายในพื้นที่เชิงพาณิชย์
Reform Collection คอลเลกชันสีและลวดลายใหม่ จึงได้รับการออกแบบขึ้นเพื่อเติมแรงบันดาลใจให้กับงานบิวท์อินยุคใหม่ ผ่านการตีความพื้นผิวจากธรรมชาติ ทั้งลายไม้ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น ลายผ้าที่ช่วยเพิ่มความนุ่มนวล และลายหินที่สร้างความเรียบหรูให้กับพื้นที่ โดยสามารถเลือกใช้ร่วมกับไม้ PB ไม้ MDF เคลือบเมลามีน หรือไม้ HMR เคลือบเมลามีน ตามลักษณะของงานและพื้นที่ใช้งาน
สีและลวดลาย ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศของบ้านได้อย่างไร

การเลือกสีและลวดลายของเฟอร์นิเจอร์มีผลต่อความรู้สึกของพื้นที่โดยตรง ในตัวอย่างนี้ ลายไม้โทนอ่อนถูกนำมาใช้เป็นองค์ประกอบหลักของงานบิวท์อิน ตั้งแต่ตู้ครัว เคาน์เตอร์กลาง ชั้นวาง ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์บริเวณรับประทานอาหาร ช่วยให้พื้นที่ดูสว่าง โปร่ง และอบอุ่นอย่างเป็นธรรมชาติ
เสี้ยนไม้แนวตั้งและรายละเอียดบนพื้นผิวช่วยเพิ่มมิติให้กับหน้าบาน โดยยังคงความเรียบและสบายตา เมื่อนำมาใช้ร่วมกับสีขาว สีครีม และพื้นผิวหินโทนอ่อน จึงช่วยลดความทึบของงานบิวท์อินและทำให้ภาพรวมดูทันสมัยมากขึ้น
แสงธรรมชาติและการเชื่อมต่อพื้นที่ภายในกับบริเวณสีเขียวภายนอกยังช่วยขับเฉดสีของลายไม้ให้ดูนุ่มนวล ส่งผลให้บรรยากาศโดยรวมสงบ ผ่อนคลาย และเหมาะกับการใช้ชีวิตในแต่ละช่วงเวลาของวัน
สิ่งสำคัญคือการกำหนดสัดส่วนของลวดลายให้เหมาะสม โดยเลือกลายหนึ่งเป็นวัสดุหลัก แล้วใช้สีพื้นหรือลวดลายอื่นเป็นองค์ประกอบเสริม เพื่อให้งานออกแบบมีมิติ โดยไม่ทำให้พื้นที่ดูแน่นหรือมีรายละเอียดมากเกินไป
เลือกสีและลวดลายอย่างไร ให้แต่ละห้องสวยลงตัวในสไตล์เดียวกัน
การเลือกสีและลวดลายให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่ เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยกำหนดบรรยากาศของบ้านให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นลายไม้ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น ลายหินที่เพิ่มความเรียบหรู หรือลายผ้าที่เติมความนุ่มนวลให้กับพื้นที่
เมื่อนำลวดลายเหล่านี้มาจับคู่และกำหนดสัดส่วนอย่างเหมาะสม จะช่วยให้งานบิวท์อินและเฟอร์นิเจอร์ดูกลมกลืน ตอบโจทย์การใช้งานของแต่ละห้อง และยังคงเชื่อมโยงกันเป็นภาพรวมเดียวกันภายในบ้าน
ห้องนั่งเล่น

ห้องนั่งเล่นเป็นพื้นที่ที่สามารถนำลวดลายหลายประเภทมาผสมผสานกันได้ โดยเลือก 517 Ivory Oak เป็นวัสดุหลักสำหรับตู้โทรทัศน์และชั้นวางของ แล้วเพิ่ม 631 Moonlight Marble บริเวณผนังหลังโทรทัศน์หรือท็อปตู้ เพื่อสร้างจุดเด่นให้กับพื้นที่
การแทรกสีขาวหรือสีครีมประมาณ 20% จะช่วยให้องค์ประกอบทั้งหมดดูเบา โปร่ง และทันสมัยมากขึ้น พร้อมสร้างสมดุลระหว่างความอบอุ่นของลายไม้กับความเรียบหรูของลายหิน
ห้องนอน

ห้องนอนควรให้บรรยากาศอบอุ่น เรียบสงบ และผ่อนคลาย โดยสามารถเลือกใช้ 523 Natural Maple เป็นวัสดุหลักบริเวณตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง หัวเตียง และโต๊ะข้างเตียง เพื่อเพิ่มความเป็นธรรมชาติและทำให้พื้นที่ดูโปร่งสบาย
เสริมความนุ่มนวลด้วย 521 Pearl Linen บริเวณผนังด้านหลังหัวเตียง ช่วยเพิ่มมิติและลดความแข็งของลายไม้ การกำหนดให้ลายไม้เป็นองค์ประกอบหลักและใช้ลายผ้าเป็นรายละเอียดเสริม จะช่วยให้ภาพรวมของห้องดูกลมกลืน สบายตา และไม่แน่นจนเกินไป
ห้องครัว

ห้องครัวสามารถออกแบบให้มีทั้งความอบอุ่น เรียบหรู และทันสมัยได้ โดยเลือกใช้ลายไม้โทนน้ำตาลเข้ม 519 Royal Walnut กับหน้าบานตู้ ชั้นวาง และผนังตกแต่ง เพื่อเพิ่มมิติและสร้างบรรยากาศที่ดูสุขุมเป็นธรรมชาติ
ตัดสลับด้วยลายหินโทนเทาอ่อน 632 Moonstone Grey บริเวณผนังกันเปื้อน ท็อปเคาน์เตอร์ และไอส์แลนด์กลางห้อง ช่วยเพิ่มความสว่างและสร้างจุดเด่นให้กับพื้นที่
แสงไฟซ่อนตามชั้นวางและใต้ตู้แขวนยังช่วยขับรายละเอียดของพื้นผิวให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทำให้ห้องครัวดูมีเอกลักษณ์ พร้อมแบ่งสัดส่วนการใช้งานได้อย่างเป็นระเบียบ
มุมทำงาน

มุมทำงานควรมีบรรยากาศเรียบสงบและช่วยส่งเสริมสมาธิ สามารถเลือกใช้ 518 Ashen Beige เป็นวัสดุหลักสำหรับตู้บิวท์อิน ชั้นวาง และโต๊ะทำงาน เพื่อสร้างความอบอุ่นจากลายไม้โทนเบจ
เพิ่ม 630 Aurora Marble บริเวณแผงด้านหลังชั้นวาง เพื่อเติมมิติและสร้างรายละเอียดให้พื้นที่ดูโดดเด่นอย่างพอดี การผสมผสานลายไม้กับลายหินในโทนสีใกล้เคียงกัน ช่วยให้มุมทำงานดูเรียบหรู กลมกลืน และทันสมัย
อาจเพิ่มเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งสีดำในสัดส่วนเล็กน้อย เพื่อสร้างความคมชัดให้กับพื้นที่ โดยไม่รบกวนบรรยากาศที่สงบและผ่อนคลาย
เทคนิคเลือกสีและลายเมลามีนให้บ้านดูสวยอย่างลงตัว
กำหนดลายหลักก่อนเริ่มออกแบบ
ควรเลือกลวดลายหลักหนึ่งลายสำหรับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ เช่น ตู้เสื้อผ้า ตู้โทรทัศน์ หรือตู้ครัว จากนั้นจึงเลือกลายรองมาใช้กับหน้าบาน ท็อป หรือผนังตกแต่ง วิธีนี้จะช่วยให้องค์ประกอบภายในห้องมีทิศทางเดียวกันและไม่ดูสับสน
ใช้หลัก 60-30-10
หลัก 60-30-10 สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการออกแบบงานบิวท์อินได้ โดยกำหนดให้สีหรือลายหลักมีสัดส่วนประมาณ 60% ลายรองประมาณ 30% และสีหรือลวดลายสำหรับสร้างจุดเด่นอีกประมาณ 10%
สัดส่วนดังกล่าวไม่จำเป็นต้องตรงตามตัวเลขอย่างเคร่งครัด แต่สามารถใช้เป็นแนวทางเพื่อสร้างสมดุลให้กับสีและวัสดุภายในพื้นที่

ตัวอย่างการแบ่งสัดส่วนสีภายในพื้นที่
- 520-1 Golden Beech ประมาณ 60% ใช้เป็นลายหลักของงานบิวท์อิน ได้แก่ หน้าบานตู้สูง ตู้เก็บของ เคาน์เตอร์ครัว และฐานไอส์แลนด์ ช่วยสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น เป็นธรรมชาติ และทำให้พื้นที่ดูต่อเนื่องกัน
- สีขาวและสีครีมประมาณ 30% ใช้กับผนัง เพดาน พื้น และหน้าบานตู้บางส่วน เพื่อเพิ่มความโปร่ง สบายตา และสร้างสมดุลไม่ให้ลายไม้เด่นมากเกินไป
- 632 Moonstone Grey ประมาณ 10% ใช้เป็นจุดเด่นบริเวณผนังหลังเคาน์เตอร์และท็อปไอส์แลนด์ ลายหินโทนเทาอ่อนช่วยเพิ่มรายละเอียดและมิติ พร้อมทำให้พื้นที่ดูเรียบหรูและทันสมัยมากขึ้น
เลือกชนิดแผ่นไม้ให้เหมาะกับพื้นที่

แม้สีและลวดลายจะเป็นสิ่งแรกที่มองเห็น แต่ควรพิจารณาชนิดของแผ่นไม้ให้เหมาะกับตำแหน่งติดตั้งและลักษณะการใช้งานด้วย
ไม้ PB เหมาะสำหรับเฟอร์นิเจอร์ทั่วไปในพื้นที่แห้ง ส่วนไม้ MDF เคลือบเมลามีนเหมาะกับงานที่ต้องการพื้นผิวเรียบและรายละเอียดของชิ้นงาน ขณะที่ไม้ HMR เคลือบเมลามีนมีคุณสมบัติทนความชื้นได้ดีกว่าไม้ทั่วไป จึงเหมาะกับบริเวณที่อาจมีความชื้นมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการติดตั้งแผ่นไม้ในตำแหน่งที่สัมผัสน้ำโดยตรงหรือมีความชื้นสะสมเป็นเวลานาน รวมถึงควรปิดขอบและติดตั้งอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของเฟอร์นิเจอร์
ดูตัวอย่างแผ่นจริงก่อนตัดสินใจ

สีและลายเมลามีนที่มองเห็นผ่านหน้าจออาจแตกต่างจากแผ่นจริงเล็กน้อย ทั้งในด้านเฉดสี ความเงา และรายละเอียดของพื้นผิว ก่อนสั่งผลิตเฟอร์นิเจอร์จึงควรดูตัวอย่างแผ่นจริงภายใต้แสงของพื้นที่ที่จะติดตั้ง
ควรนำตัวอย่างลายไม้ ลายหิน และสีพื้นมาวางเปรียบเทียบกัน เพื่อดูว่าสีและลวดลายทั้งหมดสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างกลมกลืนหรือไม่
เปลี่ยนพื้นที่เดิมให้สะท้อนสไตล์ของคุณ
การสร้างบ้านให้มีสไตล์ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการรื้อหรือปรับปรุงพื้นที่ทั้งหมด เพียงเลือกสี ลวดลาย และวัสดุให้เหมาะสม ก็สามารถเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์เดิมหรือสร้างงานบิวท์อินใหม่ให้ตอบโจทย์ทั้งด้านความสวยงามและการใช้งานได้
Reform Collection นำเสนอสีและลวดลายที่สามารถนำมาผสมผสานกันได้หลากหลาย ทั้งลายไม้ที่สร้างความอบอุ่น ลายผ้าที่ช่วยเพิ่มความนุ่มนวล และลายหินที่เติมความโดดเด่นให้กับพื้นที่
เมื่อเลือกใช้ร่วมกับวัสดุที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นไม้ PB ไม้ MDF เคลือบเมลามีน หรือไม้ HMR เคลือบเมลามีน ก็สามารถออกแบบเฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะกับแต่ละห้อง รูปแบบการใช้งาน และสไตล์ที่ต้องการได้อย่างลงตัว
เพราะบ้านที่มีสไตล์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่หรือจำนวนของตกแต่ง แต่เกิดจากการเลือกสี วัสดุ และรายละเอียดของแต่ละองค์ประกอบให้สามารถถ่ายทอดเรื่องราวเดียวกันได้อย่างกลมกลืน