Banner

เปลี่ยนบ้านธรรมดาให้มีสไตล์ ด้วยสีและลายเมลามีนคอลเลกชันใหม่

เปลี่ยนบ้านธรรมดาให้มีสไตล์ ด้วยแรงบันดาลใจจากสีและลายเมลามีนคอลเลกชันใหม่

 

บ้านที่มีสไตล์ไม่จำเป็นต้องตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงหรือเลือกใช้วัสดุที่ซับซ้อนเสมอไป เพียงเลือกสี ลวดลาย และพื้นผิวของเฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะกับพื้นที่ ก็สามารถเปลี่ยนบรรยากาศของบ้านธรรมดาให้ดูโดดเด่นและมีเอกลักษณ์มากขึ้นได้

 

หนึ่งในวัสดุที่ได้รับความนิยมสำหรับงานตกแต่งภายในและงานบิวท์อินคือแผ่นไม้เคลือบเมลามีน เนื่องจากมีสีและลวดลายให้เลือกหลากหลาย สามารถนำไปใช้กับเฟอร์นิเจอร์ได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นตู้เสื้อผ้า ชั้นวางโทรทัศน์ โต๊ะทำงาน ตู้ครัว รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ภายในพื้นที่เชิงพาณิชย์

 

Reform Collection คอลเลกชันสีและลวดลายใหม่ จึงได้รับการออกแบบขึ้นเพื่อเติมแรงบันดาลใจให้กับงานบิวท์อินยุคใหม่ ผ่านการตีความพื้นผิวจากธรรมชาติ ทั้งลายไม้ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น ลายผ้าที่ช่วยเพิ่มความนุ่มนวล และลายหินที่สร้างความเรียบหรูให้กับพื้นที่ โดยสามารถเลือกใช้ร่วมกับไม้ PB ไม้ MDF เคลือบเมลามีน หรือไม้ HMR เคลือบเมลามีน ตามลักษณะของงานและพื้นที่ใช้งาน


สีและลวดลาย ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศของบ้านได้อย่างไร

การเลือกสีและลวดลายของเฟอร์นิเจอร์มีผลต่อความรู้สึกของพื้นที่โดยตรง ในตัวอย่างนี้ ลายไม้โทนอ่อนถูกนำมาใช้เป็นองค์ประกอบหลักของงานบิวท์อิน ตั้งแต่ตู้ครัว เคาน์เตอร์กลาง ชั้นวาง ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์บริเวณรับประทานอาหาร ช่วยให้พื้นที่ดูสว่าง โปร่ง และอบอุ่นอย่างเป็นธรรมชาติ

 

เสี้ยนไม้แนวตั้งและรายละเอียดบนพื้นผิวช่วยเพิ่มมิติให้กับหน้าบาน โดยยังคงความเรียบและสบายตา เมื่อนำมาใช้ร่วมกับสีขาว สีครีม และพื้นผิวหินโทนอ่อน จึงช่วยลดความทึบของงานบิวท์อินและทำให้ภาพรวมดูทันสมัยมากขึ้น

 

แสงธรรมชาติและการเชื่อมต่อพื้นที่ภายในกับบริเวณสีเขียวภายนอกยังช่วยขับเฉดสีของลายไม้ให้ดูนุ่มนวล ส่งผลให้บรรยากาศโดยรวมสงบ ผ่อนคลาย และเหมาะกับการใช้ชีวิตในแต่ละช่วงเวลาของวัน

 

สิ่งสำคัญคือการกำหนดสัดส่วนของลวดลายให้เหมาะสม โดยเลือกลายหนึ่งเป็นวัสดุหลัก แล้วใช้สีพื้นหรือลวดลายอื่นเป็นองค์ประกอบเสริม เพื่อให้งานออกแบบมีมิติ โดยไม่ทำให้พื้นที่ดูแน่นหรือมีรายละเอียดมากเกินไป


เลือกสีและลวดลายอย่างไร ให้แต่ละห้องสวยลงตัวในสไตล์เดียวกัน

 

การเลือกสีและลวดลายให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่ เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยกำหนดบรรยากาศของบ้านให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นลายไม้ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น ลายหินที่เพิ่มความเรียบหรู หรือลายผ้าที่เติมความนุ่มนวลให้กับพื้นที่

 

เมื่อนำลวดลายเหล่านี้มาจับคู่และกำหนดสัดส่วนอย่างเหมาะสม จะช่วยให้งานบิวท์อินและเฟอร์นิเจอร์ดูกลมกลืน ตอบโจทย์การใช้งานของแต่ละห้อง และยังคงเชื่อมโยงกันเป็นภาพรวมเดียวกันภายในบ้าน

 

ห้องนั่งเล่น

ห้องนั่งเล่นเป็นพื้นที่ที่สามารถนำลวดลายหลายประเภทมาผสมผสานกันได้ โดยเลือก 517 Ivory Oak เป็นวัสดุหลักสำหรับตู้โทรทัศน์และชั้นวางของ แล้วเพิ่ม 631 Moonlight Marble บริเวณผนังหลังโทรทัศน์หรือท็อปตู้ เพื่อสร้างจุดเด่นให้กับพื้นที่

 

การแทรกสีขาวหรือสีครีมประมาณ 20% จะช่วยให้องค์ประกอบทั้งหมดดูเบา โปร่ง และทันสมัยมากขึ้น พร้อมสร้างสมดุลระหว่างความอบอุ่นของลายไม้กับความเรียบหรูของลายหิน

 

ห้องนอน

ห้องนอนควรให้บรรยากาศอบอุ่น เรียบสงบ และผ่อนคลาย โดยสามารถเลือกใช้ 523 Natural Maple เป็นวัสดุหลักบริเวณตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง หัวเตียง และโต๊ะข้างเตียง เพื่อเพิ่มความเป็นธรรมชาติและทำให้พื้นที่ดูโปร่งสบาย

 

เสริมความนุ่มนวลด้วย 521 Pearl Linen บริเวณผนังด้านหลังหัวเตียง ช่วยเพิ่มมิติและลดความแข็งของลายไม้ การกำหนดให้ลายไม้เป็นองค์ประกอบหลักและใช้ลายผ้าเป็นรายละเอียดเสริม จะช่วยให้ภาพรวมของห้องดูกลมกลืน สบายตา และไม่แน่นจนเกินไป

 

ห้องครัว

ห้องครัวสามารถออกแบบให้มีทั้งความอบอุ่น เรียบหรู และทันสมัยได้ โดยเลือกใช้ลายไม้โทนน้ำตาลเข้ม 519 Royal Walnut กับหน้าบานตู้ ชั้นวาง และผนังตกแต่ง เพื่อเพิ่มมิติและสร้างบรรยากาศที่ดูสุขุมเป็นธรรมชาติ

 

ตัดสลับด้วยลายหินโทนเทาอ่อน 632 Moonstone Grey บริเวณผนังกันเปื้อน ท็อปเคาน์เตอร์ และไอส์แลนด์กลางห้อง ช่วยเพิ่มความสว่างและสร้างจุดเด่นให้กับพื้นที่

 

แสงไฟซ่อนตามชั้นวางและใต้ตู้แขวนยังช่วยขับรายละเอียดของพื้นผิวให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทำให้ห้องครัวดูมีเอกลักษณ์ พร้อมแบ่งสัดส่วนการใช้งานได้อย่างเป็นระเบียบ

 

มุมทำงาน

มุมทำงานควรมีบรรยากาศเรียบสงบและช่วยส่งเสริมสมาธิ สามารถเลือกใช้ 518 Ashen Beige เป็นวัสดุหลักสำหรับตู้บิวท์อิน ชั้นวาง และโต๊ะทำงาน เพื่อสร้างความอบอุ่นจากลายไม้โทนเบจ

 

เพิ่ม 630 Aurora Marble บริเวณแผงด้านหลังชั้นวาง เพื่อเติมมิติและสร้างรายละเอียดให้พื้นที่ดูโดดเด่นอย่างพอดี การผสมผสานลายไม้กับลายหินในโทนสีใกล้เคียงกัน ช่วยให้มุมทำงานดูเรียบหรู กลมกลืน และทันสมัย

 

อาจเพิ่มเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งสีดำในสัดส่วนเล็กน้อย เพื่อสร้างความคมชัดให้กับพื้นที่ โดยไม่รบกวนบรรยากาศที่สงบและผ่อนคลาย


เทคนิคเลือกสีและลายเมลามีนให้บ้านดูสวยอย่างลงตัว

 

กำหนดลายหลักก่อนเริ่มออกแบบ

ควรเลือกลวดลายหลักหนึ่งลายสำหรับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ เช่น ตู้เสื้อผ้า ตู้โทรทัศน์ หรือตู้ครัว จากนั้นจึงเลือกลายรองมาใช้กับหน้าบาน ท็อป หรือผนังตกแต่ง วิธีนี้จะช่วยให้องค์ประกอบภายในห้องมีทิศทางเดียวกันและไม่ดูสับสน

 

ใช้หลัก 60-30-10

หลัก 60-30-10 สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการออกแบบงานบิวท์อินได้ โดยกำหนดให้สีหรือลายหลักมีสัดส่วนประมาณ 60% ลายรองประมาณ 30% และสีหรือลวดลายสำหรับสร้างจุดเด่นอีกประมาณ 10%

 

สัดส่วนดังกล่าวไม่จำเป็นต้องตรงตามตัวเลขอย่างเคร่งครัด แต่สามารถใช้เป็นแนวทางเพื่อสร้างสมดุลให้กับสีและวัสดุภายในพื้นที่

ตัวอย่างการแบ่งสัดส่วนสีภายในพื้นที่

  • 520-1 Golden Beech ประมาณ 60% ใช้เป็นลายหลักของงานบิวท์อิน ได้แก่ หน้าบานตู้สูง ตู้เก็บของ เคาน์เตอร์ครัว และฐานไอส์แลนด์ ช่วยสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น เป็นธรรมชาติ และทำให้พื้นที่ดูต่อเนื่องกัน
  • สีขาวและสีครีมประมาณ 30% ใช้กับผนัง เพดาน พื้น และหน้าบานตู้บางส่วน เพื่อเพิ่มความโปร่ง สบายตา และสร้างสมดุลไม่ให้ลายไม้เด่นมากเกินไป
  • 632 Moonstone Grey ประมาณ 10% ใช้เป็นจุดเด่นบริเวณผนังหลังเคาน์เตอร์และท็อปไอส์แลนด์ ลายหินโทนเทาอ่อนช่วยเพิ่มรายละเอียดและมิติ พร้อมทำให้พื้นที่ดูเรียบหรูและทันสมัยมากขึ้น

 

เลือกชนิดแผ่นไม้ให้เหมาะกับพื้นที่

แม้สีและลวดลายจะเป็นสิ่งแรกที่มองเห็น แต่ควรพิจารณาชนิดของแผ่นไม้ให้เหมาะกับตำแหน่งติดตั้งและลักษณะการใช้งานด้วย

 

ไม้ PB เหมาะสำหรับเฟอร์นิเจอร์ทั่วไปในพื้นที่แห้ง ส่วนไม้ MDF เคลือบเมลามีนเหมาะกับงานที่ต้องการพื้นผิวเรียบและรายละเอียดของชิ้นงาน ขณะที่ไม้ HMR เคลือบเมลามีนมีคุณสมบัติทนความชื้นได้ดีกว่าไม้ทั่วไป จึงเหมาะกับบริเวณที่อาจมีความชื้นมากขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการติดตั้งแผ่นไม้ในตำแหน่งที่สัมผัสน้ำโดยตรงหรือมีความชื้นสะสมเป็นเวลานาน รวมถึงควรปิดขอบและติดตั้งอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของเฟอร์นิเจอร์

 

ดูตัวอย่างแผ่นจริงก่อนตัดสินใจ

สีและลายเมลามีนที่มองเห็นผ่านหน้าจออาจแตกต่างจากแผ่นจริงเล็กน้อย ทั้งในด้านเฉดสี ความเงา และรายละเอียดของพื้นผิว ก่อนสั่งผลิตเฟอร์นิเจอร์จึงควรดูตัวอย่างแผ่นจริงภายใต้แสงของพื้นที่ที่จะติดตั้ง

 

ควรนำตัวอย่างลายไม้ ลายหิน และสีพื้นมาวางเปรียบเทียบกัน เพื่อดูว่าสีและลวดลายทั้งหมดสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างกลมกลืนหรือไม่


เปลี่ยนพื้นที่เดิมให้สะท้อนสไตล์ของคุณ

การสร้างบ้านให้มีสไตล์ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการรื้อหรือปรับปรุงพื้นที่ทั้งหมด เพียงเลือกสี ลวดลาย และวัสดุให้เหมาะสม ก็สามารถเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์เดิมหรือสร้างงานบิวท์อินใหม่ให้ตอบโจทย์ทั้งด้านความสวยงามและการใช้งานได้

 

Reform Collection นำเสนอสีและลวดลายที่สามารถนำมาผสมผสานกันได้หลากหลาย ทั้งลายไม้ที่สร้างความอบอุ่น ลายผ้าที่ช่วยเพิ่มความนุ่มนวล และลายหินที่เติมความโดดเด่นให้กับพื้นที่

 

เมื่อเลือกใช้ร่วมกับวัสดุที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นไม้ PB ไม้ MDF เคลือบเมลามีน หรือไม้ HMR เคลือบเมลามีน ก็สามารถออกแบบเฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะกับแต่ละห้อง รูปแบบการใช้งาน และสไตล์ที่ต้องการได้อย่างลงตัว

 

เพราะบ้านที่มีสไตล์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่หรือจำนวนของตกแต่ง แต่เกิดจากการเลือกสี วัสดุ และรายละเอียดของแต่ละองค์ประกอบให้สามารถถ่ายทอดเรื่องราวเดียวกันได้อย่างกลมกลืน